วิธีเขียนโฆษณา Google ให้คนคลิก (Copywriting): ศาสตร์แห่งการสะกดจิตลูกค้าใน 3 วินาที

สารบัญ
วิธีเขียนโฆษณา Google ให้คนคลิก (Copywriting)

ในโลกของ Google Ads ที่พื้นที่หน้าจอมีจำกัด และคู่แข่งเรียงรายอยู่ข้างบนและข้างล่างคุณ สิ่งเดียวที่จะทำให้ลูกค้าเลือกกดของคุณแทนที่จะเป็นของคู่แข่ง ไม่ใช่ “งบประมาณ” แต่คือ “คำโฆษณา” (Ad Copy) ครับ

คุณอาจจะเซตระบบหลังบ้านมาดีแค่ไหน แต่ถ้าข้อความโฆษณา (Front-end) ของคุณน่าเบื่อ ไม่ดึงดูด หรือไม่ตอบโจทย์ ลูกค้าก็จะเลื่อนผ่านไปทันที และที่แย่ไปกว่านั้นคือ เมื่อคนไม่คลิก CTR ต่ำ Google ก็จะมองว่าโฆษณาคุณไม่มีคุณภาพ และลงโทษด้วยการขึ้นราคาค่าคลิก (CPC) ให้แพงขึ้น!

บทความนี้ MSKMedia จะพาคุณไปเจาะลึก วิธีเขียนโฆษณา Google ให้คนคลิก (Copywriting) ด้วยจิตวิทยาการตลาดฉบับปี 2025 ที่จะเปลี่ยนให้โฆษณาของคุณกลายเป็น “แม่เหล็กดูดลูกค้า” แม้ไม่ต้องจ่ายแพงที่สุด

ทำไมคุณถึงวางใจในเทคนิคของเราได้

ที่ MSKMedia ทีมงาน Copywriter ของเราทำงานร่วมกับทีมยิงแอดอย่างใกล้ชิด เราทดสอบ (A/B Testing) ข้อความโฆษณามานับหมื่นรูปแบบ เราพบความจริงที่น่าตกใจว่า “แค่เปลี่ยนพาดหัว 1 บรรทัด ยอดคลิกเพิ่มขึ้น 200%” เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง และวันนี้เราจะนำสูตรลับเหล่านั้นมาแชร์ให้คุณครับ

องค์ประกอบของโฆษณา Google (Anatomy of a Search Ad)

ก่อนจะเริ่มเขียน ต้องรู้ก่อนว่าเรามีพื้นที่เล่นตรงไหนบ้าง:

  1. Headlines (พาดหัว): ใส่ได้ 3-15 อัน (ระบบจะสุ่มโชว์ทีละ 2-3 อัน) จำกัด 30 ตัวอักษร — ส่วนที่สำคัญที่สุด!
  2. Descriptions (คำบรรยาย): ใส่ได้ 2-4 อัน (ระบบสุ่มโชว์ทีละ 1-2 อัน) จำกัด 90 ตัวอักษร — พื้นที่ขยายความและปิดการขาย
  3. Display Path (URL ที่แสดง): ลิงก์ปลอมๆ ที่เราแต่งให้ดูน่าเชื่อถือ (เช่น /โปรโมชั่น/ลดราคา)

5 สูตรลับ วิธีเขียนโฆษณา Google ให้คนคลิก (Copywriting Techniques)

1. Keyword Reflection (กระจกสะท้อนคำค้นหา)

ลูกค้าพิมพ์อะไรมา เขาอยากเห็นคำนั้นในโฆษณาครับ

  • หลักการ: ถ้าลูกค้าค้นหา “รองเท้าวิ่งมาราธอน”
  • อย่าเขียน: “จำหน่ายอุปกรณ์กีฬาครบวงจร” (กว้างไป)
  • ต้องเขียน: “รองเท้าวิ่งมาราธอน รุ่นใหม่” (ตรงเป๊ะ)
  • ผลลัพธ์: ตัวหนังสือจะเป็น ตัวหนา อัตโนมัติในสายตา Google และลูกค้าจะรู้สึกว่า “นี่แหละที่ตามหา”

2. Benefits over Features (ขาย “ผลลัพธ์” ไม่ใช่ “คุณสมบัติ”)

คนไม่ได้ซื้อ “สว่าน” แต่เขาซื้อ “รูที่ผนัง”

  • Feature (น่าเบื่อ): “ครีมกันแดด SPF 50 PA++”
  • Benefit (น่าซื้อ): “หน้าไม่ดำ แม้ตากแดดทั้งวัน” หรือ “ปกป้องผิว กันฝ้า กระ จุดด่างดำ”

3. Use Numbers & Symbols (ใช้ตัวเลขและสัญลักษณ์สะดุดตา)

ในกำแพงตัวหนังสือ ตัวเลขจะโดดเด่นออกมาเสมอ

  • เทคนิค: ใส่ราคา, เปอร์เซ็นต์ส่วนลด, ปีที่ก่อตั้ง, หรือจำนวนลูกค้า
  • ตัวอย่าง: “ลด 50% วันนี้” , “เริ่มต้น 990 บาท” , “การันตีโดย 10,000+ ลูกค้า”

4. Emotional Triggers (กระตุ้นต่อมความรู้สึก)

มนุษย์ใช้อารมณ์ตัดสินใจ แล้วใช้เหตุผลรองรับ

  • Fear Of Missing Out (FOMO): “เหลือ 3 ชิ้นสุดท้าย”, “โปรฯ หมดเที่ยงคืนนี้”
  • Exclusive: “เฉพาะสมาชิกเท่านั้น”, “สิทธิพิเศษสำหรับคุณ”
  • Trust: “อันดับ 1 ในไทย”, “มีใบรับรองมาตรฐาน”

5. Strong CTA (บอกให้ทำ เดี๋ยวนี้!)

อย่าปล่อยให้ลูกค้าเดาว่าต้องทำอะไรต่อ

  • คำสั่งที่ชัดเจน: “สั่งซื้อเลย”, “จองคิวฟรี”, “โทรปรึกษาทันที”, “รับข้อเสนอ”

ตารางเปรียบเทียบ: โฆษณาที่ “ผ่าน” vs “พัง”

ลองดูความแตกต่างระหว่างโฆษณา 2 ตัวนี้ที่ขายสินค้าเดียวกัน

องค์ประกอบโฆษณา A (พัง – น่าเบื่อ)โฆษณา B (ผ่าน – น่าคลิก)
Headline 1รับทำบัญชี ราคาถูกรับทำบัญชี ครบวงจร – เริ่มต้น 2,000 บ.
Headline 2บริษัท เอบีซี จำกัดปิดงบไว ไม่โดนค่าปรับ ยื่นภาษีตรงเวลา
Descriptionเราให้บริการรับทำบัญชีและยื่นภาษี ติดต่อเราได้เลยที่เบอร์ 02-xxx-xxxxเคลียร์ทุกปัญหาภาษีโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ปรึกษาฟรีวันนี้! ช่วยคุณประหยัดภาษีอย่างถูกต้อง
ความรู้สึกทั่วไป, ไม่บอกราคา, ไม่บอกข้อดีชัดเจน, บอกราคา, แก้ปัญหา (Pain Point), มี CTA

Responsive Search Ads (RSA): ความท้าทายปี 2025

ปัจจุบัน Google บังคับใช้โฆษณาแบบ Responsive Search Ads คือคุณต้องใส่ Headline ไปเยอะๆ (สูงสุด 15 อัน) แล้ว AI ของ Google จะจับคู่สลับไปมาเพื่อหา Combination ที่ดีที่สุด

เทคนิคสำหรับ RSA:

  • อย่าเขียน Headline ที่ความหมายซ้ำกัน (เช่น “ราคาถูก” กับ “ราคาประหยัด”) เพราะถ้ามันขึ้นมาคู่กันจะดูตลก
  • เขียน Headline ให้หลากหลาย:
    • 3-4 อัน เป็นคีย์เวิร์ด
    • 3-4 อัน เป็นจุดเด่น (Benefits)
    • 2-3 อัน เป็น Call to Action
  • ปักหมุด (Pinning): ถ้าต้องการให้ข้อความไหนอยู่บรรทัดแรกเสมอ (เช่น ชื่อแบรนด์) ให้กด Pin ที่ตำแหน่ง 1 ไว้ (แต่ไม่แนะนำให้ Pin ทุกอัน เพราะจะจำกัดการเรียนรู้ของ AI)

ให้ MSKMedia ช่วย “ปั้นคำ” ให้ธุรกิจคุณ

การเขียน Copywriting ที่ดีต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ ต้องเข้าใจจิตวิทยาลูกค้าและข้อจำกัดของระบบ หากคุณเขียนเองแล้วรู้สึกว่า “ยังไม่โดน” หรือ CTR ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ให้ทีมงาน Creative ของ MSKMedia ช่วยดูแล เราพร้อมจะเปลี่ยนโฆษณาของคุณให้คมกริบ บาดใจลูกค้าจนต้องกดคลิก

ติดต่อเราเพื่อเพิ่มยอดคลิกทันที:

ช่องทางการติดต่อข้อมูล
ชื่อบริษัทบริษัท เอ็ม เอส เค มีเดีย จำกัด
เว็บไซต์https://www.mskads.com/
เบอร์โทรศัพท์090-021-1529
FacebookMSK MEDIA
Instagram@mskmediaofficial
ที่อยู่159 หมู่ที่ 15 ตำบลโคกพระ อำเภอกันทรวิชัย จ.มหาสารคาม 44150

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

1. ใส่ Emoji ในโฆษณา Google ได้ไหม?

โดยปกติ Google ไม่อนุญาต ให้ใส่ Emoji ใน Headline หรือ Description ครับ ถ้าใส่ไประบบอาจจะไม่อนุมัติ (Disapproved) หรือแสดงผลเพี้ยน ยกเว้นบางกรณีใน Display Path หรือส่วนขยายบางอย่างที่อาจหลุดมาได้บ้าง แต่ไม่แนะนำครับ

2. ควรเปลี่ยนโฆษณาบ่อยแค่ไหน?

ควรตรวจสอบประสิทธิภาพทุก 2-4 สัปดาห์ครับ ถ้าโฆษณาตัวไหน CTR ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย หรือสถานะ Ad Strength ต่ำ ให้ลองเขียน Headline ใหม่เข้าไปแทนที่ตัวเดิม แล้วรอวัดผล

3. Dynamic Keyword Insertion (DKI) ดีไหม?

ดีมากครับสำหรับการเพิ่ม CTR! การใช้คำสั่ง {KeyWord:คำDefault} จะช่วยให้โฆษณาเปลี่ยนไปตามคำที่ลูกค้าค้นหา ทำให้ดูตรงใจสุดๆ แต่ต้องระวังเรื่องไวยากรณ์และความยาวของคำที่แทนที่ด้วยครับ

4. Ad Strength (ความรัดกุมของโฆษณา) ต้องได้ Excellent เสมอไปไหม?

พยายามทำให้ได้ Good หรือ Excellent ครับ เพราะ Google จะนำส่งโฆษณาเกรดดีๆ บ่อยกว่า แต่ถ้าทำไม่ได้จริงๆ (เช่น เป็นสินค้าเฉพาะทางมากๆ) ขอให้ได้ Average ก็ยังพอรันได้ครับ แต่ค่าคลิกอาจจะสูงหน่อย

References

เพื่อศึกษาศาสตร์แห่งการเขียน Copywriting และเทคนิค Google Ads เชิงลึก:

บทความที่น่าสนใจ